ความเข้าใจผิดเรื่อง “ยา” ทั่วไปที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ

ความเข้าใจผิดเรื่องยา

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยา

รู้หรือไม่ว่ายาที่เราใช้อยู่ตามท้องตลาดทั่วไปนั้นที่เราใช้รักษาอยู่เป็นประจำ อาจจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับผลลัพท์ของยาซึ่งบทความนี้จะเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเรื่องยาที่อาจเข้าใจผิดมาโดยตลอด

 

ผลของยาที่คุณอาจเข้าใจผิดมาตลอด

ยาแก้อักเสบ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ

เจ็บคอ เจ็บข้างๆคอซ้ายขวา(ต่อมทอนซิล)น้ำมูก/เสมหะ เขียวเหลือง 3 วันอาการไม่ดีขึ้นส่องคอ คอแดง มีจุดหนอง ค่อยกินยาฆ่าเชื้อ เจ็บคอ อย่างเดียวไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ

– ทุกครั้งที่กินยาฆ่าเชื้อต้องกินจนหมดดีขึ้นแล้วก็ห้ามหยุด ตอนนี้อาจจะไม่เป็นอะไรแต่ต่อไปจะดื้อยาในอนาคต

ยาเลื่อนประจำเดือน กินตามน้ำหนักกินก่อนวันที่คิดว่าจะมาหรือวันที่จะทำธุระ 2-3 วันถ้าประจำเดือนมาแล้ว กินไปไม่ได้เกิดประโยชน์

ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามกินเกิน “2 กล่อง/เดือน” ไม่ใช่ 2 กล่อง/ชีวิต เรื่องนี้เข้าใจผิดกันแทบทุกคนแต่ถามว่ากินได้เดือนละ 2 กล่อง แล้วกินบ่อยดีไหมคำตอบคือไม่ดี กินเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าวันใดวันนึงอยากมีลูกจริงๆ จะเพิ่มโอกาสท้องนอกมดลูก

ถ้าคิดว่าตัวเองจะต้องกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ ให้เปลี่ยนเป็นยาคุมแบบรายเดือน

ยาโรคเรื้อรัง เบาหวาน หัวใจ ความดัน ห้ามหยุดยาเอง ห้ามปรับขนาดยาเอง

เกลือแร่ ท้องเสียกับเกลือแร่ออกกำลังกายไม่เหมือนกัน

– เกลือแร่สำหรับท้องเสีย “ไม่ได้รักษาท้องเสีย” แต่กินเพื่อชดเชยแร่ธาตุต่างๆที่สูญเสียไปเพื่อที่จะได้ไม่อ่อนเพลีย เป็นลมและห้ามดื่มทีเดียวหมด แต่ใช้วิธีจิบบ่อยๆ (การดื่มทีเดียวหมดจะยิ่งทำให้ท้องเสียเพราะเกลือแร่มีคุณสมบัติดูดน้ำเข้าหาตัวจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนชอบบอกว่ากินเกลือแร่แล้วไม่เห็นจะดีขึ้นเลย)

 

ความรู้เรื่องยา

 

ยาคลายกล้ามเนื้อ บางยี่ห้อมีตัวยาพาราผสมอยู่แล้วห้ามกินพาราเพิ่มเข้าไปอีก เพราะโดสพาราจะเกินก่อนจะหยิบพารากินเพิ่มดูส่วนประกอบของยาคลายกล้ามเนื้อด้วยว่ามีพาราอยู่แล้วหรือยัง

– ไอแห้งกับไอมีเสมหะ ตัวยารักษาคนละตัวกัน

ยาหยอดตา ทุกชนิดเปิดฝาแล้วใช้ได้ 1 เดือนและห้ามใช้ร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด

ยาล้างไต ไม่ได้รักษาโรคไตถ้ารักษาได้จริงโลกนี้จะไม่มีผู้ป่วยโรคไต

– เวลาเจ็บปวดอะไรสักอย่าง ยาแก้อักเสบ เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen,mefenamic acid, piroxicam, celecoxib

กินยาแก้อักเสบตัวเดียวชนิดเดียวพออาจกินเสริมกับยาคลายกล้ามเนื้อได้แต่ไม่ควรกินยาแก้อักเสบ 2 ชนิดร่วมกัน

เพราะจะยิ่งระคายเคืองกระเพาะ และยิ่งมีผลต่อไต

ยาแก้อักเสบ ที่เขาพูดกันว่ากัดกระเพาะ ฟังดูแรงแต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นแค่กินหลังอาหารทันทีเพื่อจะได้ไม่ระคายเคืองกระเพาะ

ยาทาสเตียรอยด์ ทาบางๆและทาเฉพาะเมื่อมีอาการความแรงสเตียรอยด์มีหลายระดับไม่ใช่ว่ามี 1 หลอด สามารถทาได้ทุกส่วนในร่างกาย ถ้าทาหน้าหรือผิวหนังอ่อนๆหรือเด็กเล็กมากๆให้ใช้ระดับอ่อนสุด-กลางๆ เท่านั้น ห้ามใช้ระดับแรงๆ

ยาลดน้ำมูก มีแบบง่วงกับไม่ง่วง แบบ ง่วง ฤทธิ์แรงกว่า ลดน้ำมูก คัดจมูก ได้หมดแต่ออกฤทธิ์สั้น เลยต้องกินบ่อย เช้า กลางวัน เย็นแบบ ไม่ง่วง ลดน้ำมูกได้ในระดับนึง (คัดจมูกไม่ได้)แต่ออกฤทธิ์ยาว กินแค่วันละครั้ง (ฤทธิ์ยาวแต่อ่อนๆ)

ถ้าทั้งน้ำมูกทั้งคัดจมูกมากๆแต่ทำงาน ขับรถ ใช้เครื่องจักร ที่ง่วงนอนไม่ได้ให้ใช้วิธี กลางวันกินแบบไม่ง่วง ก่อนนอนกินแบบง่วงหรืออาจเปลี่ยนไปกินยาลดน้ำมูกแบบไม่ง่วงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เป็นการเอารุ่นเก่าไปพัฒนาชื่อตัวยาจะขึ้นต้นด้วย Des… Levo…รุ่นใหม่หน่อย ราคาแพงหน่อย แต่ประสิทธิภาพดี

ยาสตรีทั้งหลาย ไม่ได้มีไว้ทำแท้งนอกจากทำแท้งไม่ได้ยังเสี่ยงลูกออกมาพิการเคยมีเด็กวัยรุ่นมาซื้อยาสตรีทุก 30 นาทีซื้อจนเราพอจะเดาออกว่าซื้อไปทำอะไรเราต้องรีบตัดสินใจปิดร้านเพราะกลัวว่าถ้าไม่ขายให้จะโดนทำร้ายที่เจอบ่อยๆทุกวัน

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย: Mccontent

ที่มา: คิดเป็น.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *